วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘

 คําอธิบายสรุปสาระสําคัญของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘

สาระสำคัญ :

๒. หมวด ๑ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

๒.๑ สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ ๒0 คน ขึ้นไป ต้องจัดให้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการ

จ้างไว้เป็นหนังสือ หากไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอยู่แต่เดิม ให้ถือว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง


๒.๒ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับภายในระยะเวลาที่นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงกัน

แต่ไม่เกิน ๓ ปี เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่มีผลบังคับใช้แล้วไม่มีการเจรจาตกลงกันใหม่ให้ถือว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นมีผลใช้บังคับต่อไปอีกคราวละ ๑ ปี


๕. หมวด ๔ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

๕. ๑ กำหนดให้มีคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบด้วย

กรรมการฝ่ายกลาง ซึ่งรัฐมนตรีพิจรณาแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ กรรมการฝ่ายนายจ้าง และ

กรรมการฝ่ายลูกจ้าง

๕.๒ โดยมีอำนาจหน้าที่หลักในการวินิจฉยคำร้องเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมและชี้ขาด ข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้


๖. หมวด ๕ คณะกรรมการลูกจ้าง

๖.๑ กำหนดให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ ๕- คน ขึ้นไปสามารถจัดตั้งกรรมการลูกจ้าง

ได้ตามความสมัครใจ โดยจำนวนและวิธีการต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด


๘. หมวด ๗ สหภาพแรงงาน

๘.๑ ผู้มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงาน ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน หรือเป็นลูกจ้าง

ซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกัน บรรลุนิติภาวะ และมีสัญชาติไทยจำนวนไม่น้อยกว่า ๑0 คน เป็นผู้เริ่มก่อ

การยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน เมื่อได้จดทะเบียนแล้วสหภาพแรงงานมีสถานะเป็นนิติบุคคล

๘.๒ สหภาพแรงงานเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้าง และส่งเสริมความสัมพันธ์ อันดีระหว่าง นายจ้างกับลูกจ้าง และระหว่างลูกจ้างด้วยกัน


๑๑. หมวด ๑๐ บทกำหนดโทษ

การกำหนดโทษ ในกรณีนายจ้าง ลูกจ้าง หรือบุคลที่กฎหมายแรงงานสัมพันธ์กำหนด เมื่อมีการ

กระทำผิดตามกฎหมายมีลักษณะโทษ ดังนี้

(๑) โทษปรับเพียงอย่างเดียว หรือจำคุกอย่างเดียว

(๒) โทษจำคุกและโทษปรับ โดยอัตราโทษต่ำสุดจำคุกไม่เกิน ๑ เดือน โทษปรับ

ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท

(๓) การกำหนดโทษปรับรายวันในอัตราวันละ ๕· บาท จนกว่าจะปฏิบัติตามกฎหมาย

(๔) กำหนดโทษขั้นสูงคือจำคุกไม่เกิน ๒ ปี ปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท